วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ข้อสอบหลักสูตรแกนกลาง 51



ข้อสอบหลักสูตรแกนกลาง 51
ข้อสอบหลักสูตรแกนกลาง 51



1. ข้อใดเป็น คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. ที่ ศธ 293 /2551                      ข. ที่ ศธ 294 /2551         
ค. ที่ สพฐ 293 /2551                   ง. ที่ สพฐ 294 /2551

2. จากข้อ 1 สั่ง ณ วันใด
ก. 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551           ข. 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
ค. 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551           ง. 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

3. ผู้ใดลงนามใน คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. นายสมัคร สุนทรเวช                  ข. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
ค. นายศรีเมือง เจริญศิริ                 ง. คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา

4. ผู้ใด มีมติให้ความเห็นชอบ ให้ ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
 
ก. นายกรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

5. โรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีความพร้อมให้เริ่มใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ตามข้อใด
ก. ปีการศึกษา 2550 ข. ปีการศึกษา 2551
ค. ปีการศึกษา 2552 ง. ปีการศึกษา 2553

6. โรงเรียนทั่วไป ให้เริ่มใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามข้อใด
ก. ปีการศึกษา 2552 ข. ปีการศึกษา 2553
ค. ปีการศึกษา 2554 ง. ปีการศึกษา 2555

7. โรงเรียนทั่วไป ให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551ทุกชั้นเรียน ตามข้อใด
ก. ปีการศึกษา 2553 ข. ปีการศึกษา 2554 ค. ปีการศึกษา 2555 ง. ปีการศึกษา 2556

8. โรงเรียนทั่วไป ให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในชั้นใด
ก. ชั้น ป. 1 -ป.6 ข. ชั้น ม.1 และ ม. 2
ค. ชั้น ม.4 และ ม. 5 ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

9. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนทั่วไป ให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในปีใด
ก. ปีการศึกษา 2553 ข. ปีการศึกษา 2554 ค. ปีการศึกษา 2555 ง. ปีการศึกษา 2556

10. ผู้ใดให้ความเห็นชอบ ในการยกเลิก /เพิ่มเติม /เปลี่ยนแปลงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551
ก. นายกรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 

11. จากผลการวิจัยพบว่าจุดดี ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 คือข้อใด
ก. ช่วยส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษาทำให้ท้องถิ่น
ข. สถานศึกษามีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของ
ท้องถิ่น
ค. มีแนวคิดและหลักการในการส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมอย่างชัดเจน
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

12. จากผลการวิจัย พบว่า ประเด็นปัญหา ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 พุทธศักราช 2544 คือข้อใด
ก. สถานศึกษาส่วนใหญ่กำหนดสาระและผลการเรียนรู้ที่คาดหวังไว้มาก ทำให้เกิดปัญหาหลักสูตรแน่น
ข. การวัดและประเมินผลไม่สะท้อนมาตรฐาน ส่งผลต่อปัญหาการจัดทำเอกสารหลักฐานทางการศึกษาและการเทียบโอนผลการเรียน
ค. คุณภาพ ของผู้เรียนในด้านความรู้ ทักษะความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

13. ข้อใดเป็น นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21
ก. มุ่งส่งเสริมผู้เรียนมีคุณธรรม รักความเป็นไทย
 
ข. มุ่งส่งเสริมผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์มีทักษะด้านเทคโนโลยี
ค. มุ่งส่งเสริมผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสันติ
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

14. ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. วิสัยทัศน์ สมรรถนะของผู้เรียน หลักการจุดหมาย
ข. วิสัยทัศน์ หลักการ จุดหมาย สมรรถนะของผู้เรียน
ค. หลักการ จุดหมาย วิสัยทัศน์ สมรรถนะของผู้เรียน
ง. หลักการ วิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะของผู้เรียน

15. ข้อใดเป็น วิสัยทัศน์ ของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม
ข. มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่น ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน
ค. มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

16. หลักการ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีกี่ประการ
 
ก. 3 ประการ ข. 4 ประการ
ค. 5 ประการ ง. 6 ประการ
 

17. ข้อใดเป็นหลักการ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่น ข. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้
 เรียนเป็นส าคัญ
ค. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

18. ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ ถือว่าเป็นหลักการตามข้อใด ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ ข. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน
ค. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ง. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่น

19. สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่นถือว่าเป็น หลักการตามข้อใด ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ ข. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน
ค. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ง. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่น

20. จุดหมาย ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 มีกี่ประการ
ก. 3 ประการ ข. 4 ประการ ค. 5 ประการ ง. 6 ประการ

21. ข้อใดเป็นจุดหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
 
ข. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิดการแก้ปัญหา
ค. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ ดี มีสุขนิสัยและรักการออกก าลังกาย
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

22. ข้อใดไม่เป็นจุดหมายของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก
ข. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
ค. มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม
ง. ไม่มีข้อถูก เพราะเป็นจุดหมายทุกข้อที่กล่าวมา

23. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญกี่ประการ
ก. 3 ประการ ข. 4 ประการ ค. 5 ประการ ง. 6 ประการ

24. ข้อใดเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ก. ความสามารถในการสื่อสาร ข. ความสามารถในการคิด
ค. ความสามารถในการแก้ปัญหา ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

25. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้ เรียนให้มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อใด
ก. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก
ข. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
ค. ให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

26. การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการ ตามข้อใด
ก. หลักพัฒนาการทางร่างกาย ข. หลักพัฒนาการทางทางสมอง
ค. หลักพัฒนาการทางพหุปัญญา ง. หลักพัฒนาการทางทางสมอง และพหุปัญญา
 

27. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้ ตามข้อใด
ก. 8 วิชา ข. 8 กลุ่มวิชา ค. 8 กลุ่มสาระ ง. 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
 

28. มาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบตามข้อใด
ก. ทราบว่าต้องการอะไร ข. ทราบว่าจะสอนอย่างไร
ค. ทราบว่าประเมินอย่างไร ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

29. ข้อใดเป็นลักษณะของตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. ระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ข. มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม
ค. เป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

30. ตัวชี้วัดชั้นปีเป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับใด
ก. ชั้น ป. 1 - ป. 3 ข. ชั้น ป. 1 - ป. 6
ค. ชั้น ป. 1 - ม. 3 ง. ชั้น ป. 1 - ม.6

31. ตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับใด
ก. ชั้น ป. 1 - ม. 3 ข. ชั้น ป. 1 - ม. 6 ค. ชั้น ม. 1 - ม. 6 ง. ชั้น ม. 4 - ม.6
 

32. 1.1 ป. 1/2 คือความหมายตามข้อใด
ก. ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อที่ 2 ข. ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สาระที่ 2
ค. ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่องที่ 2 ง. ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 2

33. ข้อใดกล่าวถึงเป็นองค์ประกอบของ
 สาระการเรียนรู้ถูกต้องที่สุด
ก. ประกอบด้วย องค์ความรู้
 
ข. ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้
ค. ประกอบด้วย องค์ความรู้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
 
ง. ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

34. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ ทั้งหมดจำนวนเท่าใด
ก. จำนวน 67 มาตรฐาน ข. จำนวน 68 มาตรฐาน
ค. จำนวน 69 มาตรฐาน ง. จำนวน 70 มาตรฐาน

35. ข้อใดคือลักษณะของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ก. มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ ข. มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาอย่างรอบด้าน
ค. ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการท
 าประโยชน์เพื่อสังคม ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา 

36. กิจกรรมพัฒนาผู้ เรียน แบ่งเป็นกี่ลักษณะ
ก. 2 ลักษณะ ข. 3 ลักษณะ ค. 4 ลักษณะ ง. 5 ลักษณะ

37. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเองรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม เป็น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามข้อใด
ก. กิจกรรมแนะแนว ข. กิจกรรมนักเรียน
 
ค. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ง. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์

38. เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัยความเป็นผู้นำผู้ตามที่ ดี ความรับผิดชอบ เป็น กิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน ตามข้อใด
ก. กิจกรรมแนะแนว ข. กิจกรรมนักเรียน
ค. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ง. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์

39. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่น เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามข้อใด
ก. กิจกรรมแนะแนว ข. กิจกรรมนักเรียน
ค. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ง. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
 

40. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด เป็น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามข้อใด
ก. กิจกรรมแนะแนว ข. กิจกรรมนักเรียน
ค. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ง. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์

41. กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามข้อใด
ก. กิจกรรมแนะแนว ข. กิจกรรมนักเรียน
 
ค. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ง. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์

42. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดระดับการศึกษาเป็น กี่ระดับ
ก. 1 ระดับ ข. 2 ระดับ ค. 3 ระดับ ง. 4 ระดับ

43. ข้อใดไม่เป็นการจัดระดับ ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. ระดับประถมศึกษา ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ค. ระดับการศึกษาภาคบังคับ ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

44. ข้อใดกล่าวผิด
ก. ระดับชั้นประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่1 – 6) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี
ข. ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี
ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 - 6) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค
ง. ไม่มีข้อใดกล่าวผิด

45. ระดับชั้นประถมศึกษา มีเวลาเรียน ตามข้อใด
ก. วันละ ไม่เกิน 5 ชั่วโมง ข. วันละ ไม่ น้อยกว่า 5 ชั่วโมง
ค. วันละ ไม่ เกิน 6 ชั่วโมง ง. วันละ ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

46. ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีเวลาเรียน ตามข้อใด
ก. วันละ ไม่เกิน 5 ชั่วโมง ข. วันละ ไม่ น้อยกว่า 5 ชั่วโมง
ค. วันละ ไม่ เกิน 6 ชั่วโมง ง. วันละ ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

47. ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีเวลาเรียน ตามข้อใด
ก. วันละ ไม่เกิน 5 ชั่วโมง ข. วันละ ไม่ น้อยกว่า 5 ชั่วโมง
ค. วันละ ไม่ เกิน 6 ชั่วโมง ง. วันละ ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
 

48. การคิดน้ำหนักของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิตใช้เกณฑ์ ตามข้อใด
ก. 20 ชั่วโมง ต่อภาคเรียน มีค่าน้ำหนักวิชาเท่ากับ 1 หน่วยกิต (นก.)
ข. 40 ชั่วโมง ต่อภาคเรียน มีค่าน้ำหนักวิชาเท่ากับ 1 หน่วยกิต (นก.)
ค. 20 คาบ ต่อ ภาคเรียน มีค่าน้ำหนักวิชาเท่ากับ 1 หน่วยกิต (นก.)
ง. 40 คาบ ต่อ ภาคเรียน มีค่าน้ำหนักวิชาเท่ากับ 1 หน่วยกิต (นก.)

49. กิจกรรมพัฒนาผู้ เรียนกำหนดเวลาไว้ในระดับประถมศึกษา ตามข้อใด
ก. ปีละ 120 ชั่วโมง ข. ปีละไม่ น้อยกว่า 120 ชั่วโมง
ค. ปีละ 360 ชั่วโมง ง. ปีละไม่ น้อยกว่า 360 ชั่วโมง

50. กิจกรรมพัฒนาผู้ เรียนกำหนดเวลาไว้ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตามข้อใด
ก. ปีละ 120 ชั่วโมง ข. ปีละไม่ น้อยกว่า 120 ชั่วโมง
ค. ปีละ 360 ชั่วโมง ง. ปีละไม่ น้อยกว่า 360 ชั่วโมง

51. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกำหนดเวลาไว้ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามข้อใด
ก. ปีละ 120 ชั่วโมง ข. ปีละไม่ น้อยกว่า 120 ชั่วโมง
ค. ปีละ 360 ชั่วโมง ง. ปีละไม่ น้อยกว่า 360 ชั่วโมง

52. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหลักการจัดการเรียนรู้
ก. โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ข. เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
ค. เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

53. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายเป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร
ข. ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้
ค. ผู้เรียนกำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

54. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้ เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐาน ตามข้อใด
ก. ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน ข. ประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียน
ค. ประเมินเพื่อตีคุณค่า ง. ถูกทั้ง ก และ ข
 

55. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็นกี่ ระดับ
ก. 2 ระดับ ข. 3 ระดับ ค. 4 ระดับ ง. 5 ระดับ

56. ข้อใดไม่ใช่การประเมินผลการเรียนรู้ ของผู้เรียน
ก. การประเมินระดับชั้นเรียน ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. เป็นการประเมินผลการเรียนรู้ ของผู้เรียนทุกข้อ
 

57. การประเมินระดับชาติ สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้นใด
ก. ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ข. ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ค. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 
58. เกณฑ์ การตัดสินผลการเรียนระดับประถมศึกษามีจำนวนเท่าใด
ก. 2 เกณฑ์ ข. 3 เกณฑ์ ค. 4 เกณฑ์ ง. 5 เกณฑ์

59. ข้อใดไม่เป็นเกณฑ์ การตัดสินผลการเรียนระดับประถมศึกษา
ก. ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ของเวลาเรียนทั้งหมด
ข. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
ค. ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
ง. เป็นเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนระดับประถมศึกษาทุกข้อ

60. เกณฑ์ การตัดสินผลการเรียนระดับมัธยมศึกษามีจำนวนเท่าใด
ก. 2 เกณฑ์ ข. 3 เกณฑ์ ค. 4 เกณฑ์ ง. 5 เกณฑ์

61. ข้อใดไม่เป็นเกณฑ์ การตัดสินผลการเรียนระดับมัธยมศึกษา
ก. ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ
ข. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
ค. ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
ง. เป็นเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาทุกข้อ

62. ระดับประถมศึกษาในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน ได้ตามข้อใด
ก. ระบบตัวเลข ข. ระบบตัวอักษร ค. ระบบร้อยละ ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

63. ระดับมัธยมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน ได้ตามข้อใด
ก. ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ ข. ระบบตัวอักษร
ค. ระบบร้อยละ ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

64. การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการประเมินตามข้อใด
 
ก. ดีเยี่ยม ดีและผ่าน ข. ดีเยี่ยม ดีและปรับปรุง
ค. ดีเยี่ยม ดีและพอใช้ ง. ผ่าน และไม่ ผ่าน

65. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้ เรียน ให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรม ตามข้อใด
ก. ดีเยี่ยม ดีและผ่าน ข. ดีเยี่ยม ดีและปรับปรุง
ค. ดีเยี่ยม ดีและพอใช้ ง. ผ่าน และไม่ ผ่าน
 

66. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็นกี่ระดับ
ก. 1 ระดับ ข. 2 ระดับ ค. 3 ระดับ ง. 4 ระดับ

67. ข้อใดเป็นเกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา
ก. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด
ข. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
ค. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศึกษากำหนด
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

68. ข้อใดเป็นเกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ก. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่เกิน81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 63 หน่วยกิต
และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด
ข. ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 63 หน่วยกิต
และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า
 14 หน่วยกิต
ค. ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศึกษากำหนด
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

69. ข้อใดเป็นเกณฑ์การจบเกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ก. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 39 หน่วยกิต
และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด
ข. ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า77 หน่วยกิตโดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 39 หน่วยกิต
และรายวิชาเพิ่มเติม ไม่น้อยว่า 38 หน่วยกิต
ค. ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
 

70. เอกสารหลักฐานการศึกษา แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท คือ ระเบียนแสดงผลการเรียนและ ประกาศนียบัตร
ข. 2 ประเภท คือ ระเบียนแสดงผลการเรียนและ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา
ค. 2 ประเภท คือ ประกาศนียบัตร และ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา
ง. 2 ประเภท คือ เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดและเอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษากำหนด


ปล. เกณฑ์การจบ เวลาเรียน ให้ดูตัวใหม่ล่าสุดที่มีการแก้ไขด้วย